บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

อย่ามัวแต่มองหาความเพอร์เฟค

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม 2562 - 15:23 น.
AA 373

อย่ามัวแต่มองหาความเพอร์เฟค

“”ความเพอร์เฟคแน่นอนว่าใครๆก็ต้องการความเพอร์เฟคทั้งนั้น และผมเองก้อต้องการความเพอร์เฟค แอ่ะความเพอเฟคมันคืออะไรน่ะ ทำไม่ใครๆถึงอยากเพอร์เฟค

“”ควาามเพอร์เฟค ก็คือ ความสมบูรณ์ของทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน ด้านความรัก ด้า่นการงาน และด้านอื่นๆ ของเรา และเพราะความสมบูรณ์นี่แหละที่ทำให้คนเราพอใจ และมีความสุข ในด้านของเรา ผมเองก็ต้องการความเพอร์เฟค และคุณก็ต้องการคว่ามเพอร์เฟค แต่คุณเคยรู้ไหมว่า...ความเพอร์เฟคนั้นมาจากไหน? บนโลกนี้ไม่มีใครเพอร์ในทุกๆด้านหรอก และบางคนไม่เคยเพอร์เฟคแม้แต่ด้านเดียว เพราะอะไรล่ะ? ก็เพราะเรามักคิดว่าความเพอร์เฟคนั้นคือสิ่งที่เรา่ต้องตามหา และเราก็จะไม่มีวันที่ตามหามันเจอ ความเพอร์เฟคนั้นมันไม่ใช่รูปธรรมที่มองเห็นหรอก แต่มันคือความรู้สึก ความรู้สึกที่เรารู้สึกว่าแค่นี้มันก็พอแล้วสำหรับเรา ดังนั้นในเมื่อความเพอร์เฟคมันไม่ใช่รูปธรรม แต่มันเป็นความรู้สึก มันก็จะไม่มีให้เราตามหา มันไม่ได้อยู่ที่ไหนสักที่แต่มันอยู่กับเราตลอดเวลา อยู่ตรงนี้อยู่ตรงที่ใจ บางคนมัวแต่มองหา มัวแต่ตามหา จนลืมมองตัวเราเองว่าเรานั่นและคือคนที่จะทำให้ไปถึงความเพอร์เฟคในแต่ละด้านของเรา เราลองถามตัวเองดูสิว่าแค่ไหนที่เราจะเรียกมันว่าเพอร์เฟค และเมื่อเรารู้ว่าความเพอร์เฟคสำหรับเราแค่ไหน เราก้อจะรู้่ว่าเราต้องทำอะไร ทำอย่างไร เพื่อให้ได้มาซึ่งความเพอร์เฟคนั้น และเมื่อเรารู้ แล้วลงมือทำ ความเพอร์ฺเฟคนนั้นมันก็ไม่ไกลจากเราเลย และอีกอย่างในการที่เราจะทำอะไรนั้น ในด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้เพอร์เฟคนั้น เราอย่าไปลอกเลียนแบบความเพอร์เฟคของคนอื่น อย่าไปดูคนอื่นแล้วเอามาทำแบบอย่างโดยที่เราไม่เคยดูตัวเราก่อน ความเพอร์เฟคของคนอื่นนั้นเราเอามาเป็นแค่ตัวอย่างก็พอ แต่ที่เราต้องดูคือตัวเราเองว่า ในมือเราตอนนี้มีต้นทุนอะไรบ้างแล้วยัง แล้วมีมากน้อยแค่ไหน แล้วเอาไปเที่ยบกับความเพอร์เฟคที่เราต้องการ ว่ามันสามารถที่จะไปถึงได้หรือไม่ บางคนที่ในมือมีใบปริญญาแต่เขาว่ายังไม่ถึงความเพอร์เฟค นั่นไงเพราะเริ่มแรกนั้นเขาไม่ดูตัวเอง แต่ไปดูคนอื่นที่เพอร์เฟค แล้วเอามาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตทั้งๆที่เรากับเขามันไม่ใช่คนเดียวกัน เขามีรถมีอาชีพ มีบ้าน มีทุกอย่างที่เพอร์เฟค นั่นคือชีวิตที่สมบูรณ์ ที่เขามองดูตัวเขาเองแล้ววางความเพอร์เฟคนั้นไว้ที่เป้าหมาย แล้วเขาก้อลงมือทำ สุดท้ายเขาก้อได้ในสิ่งที่เขาต้องการ แค่นั้นเขาก้อเพอร์เฟคแล้ว สำหรับเราถ้าเราไปเอาความเพอร์เฟคของเขานั้นมาเป็นเป้าหมายถึงแม้เราจะถึงเป้าหมายแต่เราก้อรู้สึกว่ายังไม่เพอร์เฟค วันนี้เราต้องดูว่าต้ทุนของเรามีอะไรแล้วบ้าง แล้วต้องหาอะไรเพิ่มอีก และวางความเพอร์เฟคสำหรับเราว่าแค่ไหนถึงจะเรียกว่าเพอร์เฟค เช่นถ้าวันนี้ความเพอร์เฟคของคุณคือ กินข้าวที่คุณทำเอง แล้วในมือคุณมีข้าวสาร แสดงว่าสิ่งที่คุณต้องหาคือหม้่อหุ่งข้าว แค่นี้คุณก้อจะมีข้าวกินละ แล้วถ้าคุณสามารถทำกับข้าวอร่อยๆอีกหลายเมนูล่ะ! มันไม่เรียกว่ายิ่งกว่าเพอร์เฟคหรอ คุณมีความสุขแค่ไหนถ้าได้กินข้าวอร่อยๆ แถมข้าวนั้นคุณทำด้วยมือคุณเอง

“”เลิกมองหาความเพอร์เฟคซ่ะ แล้วมองดูตัวเราเองว่าแค่ไหนที่เราจะเรียกมันว่าเพอร์เฟค เด็กคนหนึ่งซึ่งความเพอร์เฟคสำหรับเขาเพียงแค่วันนี้ได้กินข้าวหนึ่งมื้อ กับคนอีกคนหนึ่งที่มีความเพอร์แค่วันนี้ได้รถหรู่ๆมาขับ คุณลองคิดสิว่าเด็กคนนั้นจะดีใจและมีความสุขแค่ไหนถ้าวันนี้เขาได้กินข้าวหนึ่งมื้อ และถ้าเด็กคนนั้นได้กินข้าวสองมื้อล่ะ! ยังไม่เรียกว่าดับเบิลเพอร์เฟคอีกเหรอ อีกคนก็เหมือนกันถ้าวันนี้เขาได้รถหรูๆมาขับดังที่เขาตั้งใจเอาเขาจะมีความสุขแค่ไหนที่วันนี้เขามีรถหรูๆขับ สำหรับเขามันเพอร์เฟคไปเลย  คิดสิคิด ทำไม่สองคนนี้มีความเพอรฺ์เฟคที่ชั่งแตกต่างกันเหลือเกิน ก็เพราะต้นทุนชีวิตของคนเรามันไม่เหมือนกันยังไงล่ะ เราจึงมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักจำกัดความเพอร์เฟคได้ เราก็จะเพอร์เฟคเช่นกัน

“”เป้าหมายชีวิตย่อมต่างกัน เพราะต้นทุนชีวิตเราไม่เหมือนกัน””

บทความอัพเดทล่าสุด

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(1)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

อย่ามัวแต่มองหาความเพอร์เฟค